| Server IP : 104.21.80.248 / Your IP : 172.71.28.156 Web Server : Apache/2.4.25 (Win32) OpenSSL/1.0.2j PHP/5.6.30 System : Windows NT WIN-ECQAAA40806 6.2 build 9200 (Windows Server 2012 Standard Edition) i586 User : SYSTEM ( 0) PHP Version : 5.6.30 Disable Function : NONE MySQL : ON | cURL : ON | WGET : OFF | Perl : OFF | Python : OFF | Sudo : OFF | Pkexec : OFF Directory : /Inetpub/www/myoffice/2564_old/data/tkk1text/ |
Upload File : |
<p><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> ตามที่ สพฐ.มีนโยบายจัดประชุมผู้บริหารใน สพฐ.และ ผอ.สพท.ทั่วประเทศผ่านระบบทางไกล(Video Conference) ในรายการ “พุธเช้า ข่าวสพฐ.” ทุกวันพุธ เวลา 08.00 – 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสถานที่อื่นๆเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบาย รวมทั้งชี้แจงข่าวสารแนวทางการปฏิบัติงานและเร่งรัดการดำเนินงานไปยัง สพท. และขอให้ สพท.เตรียมพร้อมรับการติดตามและประเมินผลดังกล่าวอีกทางหนึ่ง นั้น</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">สำหรับการรับชมรายการ “พุธเช้า ข่าวสพฐ.”ครั้งที่ 7/2564 ประจำวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 โดยท่าน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. สรุปประเด็นสำคัญตามรายละเอียด ดังนี้</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ช่วงเลขาธิการ กพฐ.พบเพื่อนครู </span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"><b>1. การประสบภัยโรคโควิด 2019</b> </span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ท่านรัฐมนตรีมีความห่วงใยเรื่องของการดำเนินการจัดการเรียนการสอน การสอบ มีการประกาศในการที่จะให้นักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการที่สอบ O-NET โดยสมัครใจ ซึ่งได้ประกาศไปแล้วนั้น วันนี้ทางกระทรวงได้มีการประกาศยกเลิกการกำหนดสัดส่วนในการที่จะนำผลการสอบ O-NET โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปใช้ในการตัดสินผลการเรียน จากประกาศดังกล่าวสรุปได้ว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนนั้น ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตัดสินผลการเรียนโดยไม่ให้เอาผลการสอบ O-NET มาเป็นตัวกำหนด ตามประกาศเดิม ให้ทางโรงเรียนกำหนดในรายละเอียดของโรงเรียนเองตามระเบียบที่กำหนดไว้</span></span></p> <p> <strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">2. การผิดพลาดของการสื่อสารในการให้ข่าวที่ผ่านมาในประเด็นเรื่อง สพฐ.ได้มีการส่งเสริมให้มีการจัดการดำเนินการการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นกรณีพิเศษในปีนี้</span></span></strong></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ด้วย สพฐ มีข้าราชกาครูอยู่ในสังกัดมากกว่า 4 แสนคน เมื่อ ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่ง,กำหนดมาตรฐานวิทยฐานะ,กำหนดเรื่องหลักเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องการคัดบุคลากรเข้ามาเป็นข้าราชการครู โดยกำหนดสมรรถนะเกี่ยวกับภาษาอังกฤษเอาไว้ 2.ทาง อว เองก็ได้มีการดำเนินการคัดเลือกครูพัฒนาท้องถิ่นโดยกำหนดฐานขั้นต่ำภาษาอังกฤษ ไว้ให้กับคุณครูที่จะมาสอบคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งครูพัฒนาพัฒนาท้องถิ่น ประกอบกับทางด้าน กพ.เองก็ได้กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเอาไว้ และนอกจากนั้นที่สำคัญที่สุด คือ คุรุสภา ได้กำหนดในการขอมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเอาไว้ว่าคุณครูนั้นจะต้องมีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพขั้นพื้นฐานในสรรถนะในเรื่องภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีไว้ ซึ่งเป็นการกำหนดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เพราะฉะนั้นจากประการความจำเป็นดังกล่าว สพฐ. มีความห่วงใยต่อภารกิจที่คุณครูจะต้องทำตามกฎหมายที่กำหนด และนอกจากนั้นกฎหมายที่กำหนดไว้ไม่ได้มุ่งที่จะต้องการให้คุณครูเร่งรัดอะไร แต่มุ่งเน้นให้คุณครูมีพัฒนาการในการที่จะศึกษาหาความรู้ในการเพิ่มเติมประสบการณ์ด้านภาษาอังกฤษในการสื่อสาร หากคุณครูมีความรู้ความสามารถในด้านภาษาอังกฤษในการสื่อสารแล้วนั้นก็จะนำความรู้นั้นไปแสวงหาองค์ความรู้ในโลกใบนี้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น สพฐ.ได้กำหนดมาตรฐานสมรรถนะขั้นต่ำภาษาอังกฤษของคุณครูไว้ตั้งแต่ระดับ A1 ไปจนถึงระดับ C2 มีทั้งหมด 6 ระดับด้วยกัน ในปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการวัดเพื่อทดสอบสมรรถนะความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณครูตาม CEFR ที่กำหนดเพื่อให้คุณครูทุกคนได้รู้ความรู้พื้นฐานขั้นต่ำของแต่ละคน และได้แสวงหาการพัฒนาซึ่งทางสำนักพัฒนาครูได้นำเอาองค์ความรู้ที่เป็นสาระในการเรียนภาษาอังกฤษไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้คุณครูสามารถเข้าไปศึกษา เรียนด้วยตนเองได้ เมื่อเรียนแล้วมีความมั่นใจ คุณครูสามารถทำการทดสอบวัดเพื่อดูพัฒนาการของตนเองได้ ซึ่งทาง สพฐ.กำหนดไว้ว่าคุณครูที่ไม่ได้เรียนเอกภาษาอังกฤษและได้สอนวิชาอื่น มีการตั้งเป้าหมายว่าคุณครูต้องมีพื้นฐานระดับ A2 ถ้าผ่านมากกว่า A2 สามารถต่อยอดพัฒนาต่อไปข้างหน้า ส่วนคุณครูเอกภาษาอังกฤษกำหนดมาตรฐานไว้อยู่ที่ B2 ขึ้นไป นอกจากนั้นมาตรฐานภาษาอังกฤษไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะคุณครู ข้าราชการทุกประเภทก็ต้องได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในสำนักงานได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ B1 ขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ได้มีการทดสอบวัดทุกกลุ่มทุกเป้าหมาย และมีการพัฒนาต่อเนื่อง ส่วนข่าวที่ว่าครูจะขอเลื่อนให้มีวิทยฐานะนั้นขั้นต่ำต้องมีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษขั้นต่ำระดับ A B ที่กล่าวไว้นั้นความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพียงแต่กำหนดไว้ว่าคุณครูท่านใดพัฒนาตนเองแล้วไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษ แต่สามารถทดสอบ CEFR ได้ระดับตั้งแต่ B1 ขึ้นไปก็จะนำองค์ความรู้ที่ได้ระดับนั้นไปขอลดระยะเวลาในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้ จาก 4 ปีเป็น 3 ปี ถ้าเอกภาษาอังกฤษสูงกว่าระดับ B2 ขึ้นไปก็สามารถนำมาลดระยะเวลาได้เช่นกัน</span></span></p> <p> <strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">3. ความคืบหน้าในการตั้ง สพม.</span></span></strong></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">เขต สพม. นั้น ท่านรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศ แต่ประกาศดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ลงในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นหากลงราชกิจจานุเบกษาในวันใด วันถัดจากวันที่ลงประกาศจะถือว่าเขตพื้นที่เกิดขึ้นตามประกาศนั้น ซึ่งในการประกาศคราวนี้ได้เปลี่ยนแปลง มีการเพิ่ม ดังนี้</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">1. ได้เปลี่ยนจาก สพม.1 สพม.2 สพม.3 เป็นชื่อ สพม. ตามด้วยจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่ยังที่ยังมี 1 กับ 2 อยู่ ส่วนจังหวัดอื่นจะต่อท้ายด้วยจังหวัด เช่น สพม.บึงกาฬ การแบ่งเขตพื้นที่ครั้งนี้ได้คำนึงถึงองค์ประกอบและปัจจัยที่มีความจำเป็น ดังนี้ </span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> การแยกเขตครั้งนี้ต้องการสร้างความเป็นเอกภาพและความคล่องตัวตลอดจนประสิทธิภาพในการให้บริการแก่คุณครูและการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาเป็นหลัก</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ประเด็นที่ 1 คำนึงถึงระยะทางที่ห่างไกล เช่น เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนซึ่งมีความยากลำบากในการเดินทาง</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ประเด็นที่ 2 คำนึงถึงปริมาณโรงเรียนแต่ละจังหวัดเป็นฐาน จะเห็นว่าจังหวัดที่กำหนดเป็นอิสระซึ่งการคมนาคมไม่ห่างไกลแต่มีจำนวนโรงเรียนเกินกว่า 25 โรง จะนำมาเป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณา</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ประเด็นที่ 3 คำนึงถึงปริมาณ 1 เขต ต่อหลายจังหวัด เช่น สพม.6 มีอยู่ 4 จังหวัด ซึ่งมีประมาณจังหวัดมากเกินไปจึงมีการแบ่งให้เหลือไม่เกิน 2 จังหวัด แต่มี 1 เขตพื้นที่ที่ทำอย่างไรก็ไม่ลงตัว คือ เขตภูเก็ต,พังงา,และระนอง เนื่องจาก 3 เขต 3 จังหวัดนี้เนื่องจากจำนวนโรงเรียนน้อยจึงจำเป็นต้องอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกันเพื่อให้มีขนาดที่พอเหมาะกับบริบทที่ควรจะเป็น</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">การเตรียมการเบื้องต้น กำหนดให้ ผอ.เขต ซึ่งเป็น ผอ.หลักในแต่ละเขต กำหนดสถานที่ จัดเตรียมอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งได้มอบหมายให้ สพร.ได้ขอรายชื่อหรือสำรวจบุคลากรที่มีความต้องการที่จะไปปฏิบัติงานในเขตใหม่ไว้ล่วงหน้า หากประกาศได้มีราชกิจจานุเบกษาวันใดคำสั่งได้ออกให้ปฏิบัติการได้ทันท่วงที</span></span></p> <p> <strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">4. การเกิดวิกฤตหลายจังหวัดในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา</span></span></strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> </span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ผ่านมา ด้วยกลไกและหลักเกณฑ์ของ <font color="#4d5156">ก.ค.ส.</font></span></span><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ได้กำหนดเอาไว้ว่าโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่างในระดับขนาดใหญ่พิเศษจะต้องย้ายจากโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ โรงเรียนขนาดใหญ่ว่างต้องย้ายขนาดใหญ่ด้วยกันถ้าไม่มีให้ย้ายจากขนาดกลาง ถ้าขนาดกลางว่างให้ย้ายขนาดกลางด้วยกัน ถ้ากลางไม่มีให้ย้ายจากขนาดเล็ก ปีที่ผ่านมาพบปัญหา 2 ส่วนที่ต้องมาทบทวนว่าถ้าจะให้เกิดความมีประสิทธิภาพซึ่งตอนนี้อาจจะเกิดหลายจังหวัดว่ามีโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแต่ในจังหวัดนั้นไม่มีโรงเรียนขนาดใหญ่เลยแม่แต่โรงเดียว แม้มีแต่ไม่มีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอย้าย จะย้ายไปขนาดกลางไปขนาดใหญ่พิเศษก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ด้วยข้อจำกัดด้วยขนาดและหลักเกณฑ์ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวต้องไปบรรจุ ผอ.ใหม่ ซึ่งมาจากรอง ผอ.รร หรือครูผู้สอน แล้วขึ้นไปดำรงตำแหน่ง ผอ.รร.ขนาดใหญ่พิเศษ อย่างไรก็ตามกติกาในระยะนี้ได้กำหนดไว้อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม สพฐ.ได้เห็นปัญหาดังกล่าวได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาวิเคราะห์ว่าถ้าหากไม่อยากให้เกิดปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล สพฐ.โดย สพร. กำลังดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปรับปรุงแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆเหล่านี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากจังหวัดใด ผอ.เขตใดได้รับผลกระทบหรือมีแนวทางในการดำเนินการจึงอยากให้สำรวจข้อมูลเพื่อกำหนดขนาด กำหนดองค์ประกอบ รวมไปถึงกำหนดวิธีการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต</span></span></p> <p> <strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">5.ทางรัฐบาลโดย ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มค่าอาหารกลางวันนักเรียนจาก 20 บาท เป็น 21 บาทต่อคน/วัน</span></span></strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> </span></span></p> <p><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> ทางการดำเนินการครั้งนี้เรื่องอาหารกลางวันมีรูปแบบการบริหารในหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตามในการจัดสรรเงินอาหารกลางวันจะผ่านไปยัง อบต.ท้องถิ่น และท้องถิ่นจะโอนเงินให้โรงเรียนเต็มตามจำนวนที่นักเรียนมีต่อหัว/คน แต่การดำเนินงานที่โรงเรียนนั้น โรงเรียนจะมีวิธีการในการดำเนินงานแตกต่างกันไป เช่น อาจจัดในรูปการซื้ออาหารแล้วนำมาให้คุณครู นักเรียน ประกอบการหรือจัดซื้ออาหารวัตถุดิบมาแล้วจ้างประกอบการ หรือวิธีที่ 3 คือจ้างเหมาประกอบการ ขึ้นอยู่กับโรงเรียนจะดำเนินการ อย่างไรก็ตามในห้วงภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญญา ครม เห็นความสำคัญคิดว่า หากเด็กนักเรียนได้เงินเพิ่ม 1 คน แต่หากเวลาไปประกอบการคิดว่าซื้อในภาพรวมก็จะส่งผลประโยชน์ต่อนักเรียนได้ทานอาหารที่อิ่มและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งงบอาหารกลางวันนี้จะเริ่มจัดสรรงบประมาณ 2565</span></span></p> <p> <strong><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">6. ฝากความห่วงใยส่งความห่วงใยเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</span></span></strong></p> <p><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> ถึง ผอ.และคุณครู และนักเรียนทุกคนตระหนักและถือตามมาตรการของสาธารณสุขในการที่จะใช้ชีวิตประจำวันในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินงานทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการใช้เจลล้างมือ การทำความสะอาดอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บมาเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเรียนการสอน</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">ในการนี้เห็นควรพิจารณามอบหมายกลุ่มงานต่างๆใน สพม.8 รับผิดชอบในแต่ละหัวข้อ ดังนี้</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">- ข้อ 1 เห็นควรมอบกลุ่ม นิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา </span></span></p> <p><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> </span></span><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> - ข้อ 2 เห็นควรมอบกลุ่ม บริหารงานบุคคล</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">- ข้อ 3 เห็นควรมอบกลุ่ม นโยบายและแผน</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">- ข้อ 4 เห็นควรมอบกลุ่ม นโยบายและแผน</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">- ข้อ 5 เห็นควรมอบกลุ่ม ส่งเสริมการจัดการศึกษา</span></span></p> <p> <span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;">จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบ ขออนุญาตใช้บันทึกฉบับนี้แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ</span></span></p> <div><span style="font-size: 18px;"><span style="font-family: THSarabunNew;"> </span></span></div> <div align="center"> </div>