| Server IP : 104.21.80.248 / Your IP : 172.71.28.155 Web Server : Apache/2.4.25 (Win32) OpenSSL/1.0.2j PHP/5.6.30 System : Windows NT WIN-ECQAAA40806 6.2 build 9200 (Windows Server 2012 Standard Edition) i586 User : SYSTEM ( 0) PHP Version : 5.6.30 Disable Function : NONE MySQL : ON | cURL : ON | WGET : OFF | Perl : OFF | Python : OFF | Sudo : OFF | Pkexec : OFF Directory : E:/Inetpub/www/myschool/suanphung/data/tkk2text/ |
Upload File : |
<p>เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา</p> <p> ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แจ้งว่าตามที่มีสถานการณ์ความรุนแรง ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบทั้งด้าน ร่างกายและจิตใจ มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีผล กระทบ ต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นั้น</p> <p> สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความห่วงใยได้ให้แนวทางการให้คำปรึกษา การป้องกันและแก้ไขปัญหา การป้องปรามและการเยียวยาเด็กนักเรียนผู้ได้รับผลกระทบ โดยศูนย์เฉพาะกิจ คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน กำหนดมาตรการคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ประกอบด้วย</p> <p> ๑. มาตรการเร่งรัด (Critical Agenda) กรณีมีสถานการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนโดยตรง ๕ เรื่อง</p> <p> ๑) อาหารกลางวัน เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เนื่องจากอาหาร ไม่เพียงพอ บูด เน่าเสีย ไม่มีคุณภาพทางโภชนาการ มีข้อร้องเรียนและมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่าง กว้างขวาง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ สั่งให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่ชักช้า และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</p> <p> ๒) ครูลงโทษเด็กนักเรียนเกินกว่าเหตุ เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ อย่างรุนแรง มีข้อร้องเรียนและมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่างกว้างขวาง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ สั่งให้ครูมาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่ชักช้า และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</p> <p> ๓) ครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ อย่างแสนสาหัส มีข้อร้องเรียนและมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่างกว้างขวาง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ สั่งให้ครูมาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่ชักช้า และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</p> <p> ๔) เด็กนักเรียนถูกกระทำด้วยอาวุธปืน มีด ของมีคมอื่นใด ถูกแขวนคอ ถูกกรอกยาพิษ ถูกกับขังบริเวณ จากเด็กนักเรียนด้วยกันเอง จากตัวเด็กนักเรียนเอง หรือจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ส่งผลให้ เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือสูญเสียชีวิตในสถานศึกษา อันเนื่องจากผู้อำนวยการสถานศึกษาปล่อยปละ ละเลยในการกำกับ ดูแล ตรวจตรา มีข้อร้องเรียนและมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่างกว้างขวาง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ สั่งให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่ชักช้า และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</p> <p> ๕) การปกปิดข้อมูล รายงานสถานการณ์ ข้อเท็จจริง ต่อผู้บังคับบัญชา ล่าช้า สถานการณ์ นั้นมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะอย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อการให้ข่าว ของผู้บริหารระดับสูงทุกระดับ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ สั่งให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา มาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่ชักช้าและเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้ได้ ข้อเท็จจริงโดยเร็ว</p> <p> ๒. มาตรการภารกิจ (Normal Function) เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับสวัสดิภาพที่ดี ถือเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำชับ ดูแล ติดตามผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด ให้ปฏิบัติที่อย่างเคร่งครัด ดังนี้</p> <p> ๑) ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖</p> <p> ๒) ปฏิบัติตามคู่มือการคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน</p> <p> ๓) สถานศึกษาจัดให้มีครูเวรประจำวัน คณะกรรมการนักเรียน สารวัตรนักเรียน เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน โดยกำหนดหน้าที่ซักซ้อมการปฏิบัติในการควบคุม จุดอับและจุดเสี่ยง การตรวจกระเป๋าหนังสือเรียน การปฏิบัติและรายงานเมื่อเกิดเหตุโดยเฉพาะในช่วงเช้า พักกลางวัน และเย็น เป็นกรณีพิเศษ ให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นทั่วบริเวณสถานศึกษา หรือมีสัญญาณไฟฉุกเฉิน แจ้งเหตุ หรือให้นักเรียนมีนกหวีดเพื่อใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และขอความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชน ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในการดูแลบุตรหลานเพิ่มขึ้น</p> <p> ๔) สถานศึกษาดำเนินการตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้ครบถ้วนและต่อเนื่อง ครูแนะแนวต้องร่วมกับครูที่ปรึกษาและนักจิตวิทยาในการคัดกรอง เพื่อคัดแยกนักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือ กลุ่มเป้าหมาย ให้ครูที่ปรึกษาดูแลเด็กใกล้ชิด รู้จักเด็กนักเรียนเป็นรายบุคคล มีการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน</p> <p> ๕) สถานศึกษาต้องสร้างภาคีเครือข่าย ในรูปแบบสหวิชาชีพ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ สถานพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ในการดูแลป้องกันและให้ความช่วยเหลือได้อย่าง ทันท่วงที มีการสุ่มตรวจนักเรียนตามห้องเรียนเป็นระยะ จัดให้มีช่องทางการสื่อสารระหว่างสถานศึกษา ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเหตุที่เกิดกับนักเรียนได้ทันต่อสถานการณ์ เช่น สายด่วน ไลน์ เฟชบุ๊ก เว็บไซต์หรือช่องทางอื่น ๆ และกำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะชีวิต การดูแลตนเอง บุคคลรอบข้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p> <p> ๖) สถานศึกษากำหนดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และสังคม (Emotional Quotient) ความภาคภูมิใจหรือความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) การมุ่งอนาคต ความสำเร็จ การคิดวิเคราะห์ การยับยั้งชั่งใจ การควบคุมอารมณ์ เช่น เปิดโอกาสให้ค้นหาและแสดงศักยภาพเชิงบวก จัดกิจกรรม จิตอาสา กิจกรรมการใช้รถใช้ถนน สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กได้ทำกิจกรรมตามความถนัด ความสนใจ กิจกรรม สร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมวัฒนธรรมกัลยาณมิตร ให้นักเรียนรู้จักการให้ การทำความดี การเป็นเพื่อนรักกัน ไม่แกล้ง รังแก ล้อเลียนกัน และช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกัน</p> <p> จึงเรียนมาเพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป </p>