| Server IP : 172.67.187.206 / Your IP : 162.159.115.42 Web Server : Apache/2.4.25 (Win32) OpenSSL/1.0.2j PHP/5.6.30 System : Windows NT WIN-ECQAAA40806 6.2 build 9200 (Windows Server 2012 Standard Edition) i586 User : SYSTEM ( 0) PHP Version : 5.6.30 Disable Function : NONE MySQL : ON | cURL : ON | WGET : OFF | Perl : OFF | Python : OFF | Sudo : OFF | Pkexec : OFF Directory : E:/Inetpub/www/myschool/suanphung/data/tkk2text/ |
Upload File : |
<p>เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา</p> <p> ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความตระหนักและให้ความสำคัญ ต่อการมีส่วนร่วมแสงความคิดเห็นของนักเรียน พร้อมรับฟังความคิดเห็น และนำความคิดเห็นต่าง ๆ มาสังเคราะห์ และวิเคราะห์กำหนดเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกันจึงซักซ้อมแนวปฏิบัติการเปิดพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา ไม่กีดกัน และเปิดรับฟังความคิดเห็นนักเรียนนักศึกษาเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำชับให้สถานศึกษาในสังกัดถือปฏิบัติ ภายใต้หลักการเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด นั้น</p> <p> ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอซักซ้อมแนวปฏิบัติให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต กำชับสถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการ ดังนี้</p> <p> ๑. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แจ้งสถานศึกษาในสังกัดให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน ตามแนวปฏิบัติของหนังสือที่อ้างถึงทั้ง ๒ ฉบับ โดยเคร่งครัดการออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ หรือร้องเรียนต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ร้องเรียน ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร้องเรียนเป็นสำคัญ</p> <p> ๒. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประชุมชี้แจงกำชับผู้อำนวยการสถานศึกษาถึงแนวปฏิบัติ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการรับฟังความ คิดเห็นและคณะกรรมการจัดทำสรุปรายงานผลการวิเคราะห์ความคิดเห็น ทั้งในระดับสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรณีความคิดเห็นนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่ของแต่ระดับก็ให้มีการสั่งการโดยไม่ชัด หรือแย้งกับระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำสู่การปฏิบัติได้ทันที และหากความคิดเห็นไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ให้สรุปรายงานมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยด่วน</p> <p> ๓. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาให้ความสำคัญอันดับ ๑ กับความคิดเห็น ของนักเรียนเกี่ยวกับครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ ครูข่มใช้คำพูดรุนแรง คำหยาบ คำลามก อนาจารที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และครูใช้อำนาจคุกคามล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของนักเรียน ทั้งด้วยวาจาแบบเผชิญหน้าหรือแบบกระจายเสียง หรือในที่สาธารณะ หรือในห้องเรียน หรือด้วยหนังสือ หรือสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น และถ้าครูเป็นผู้ถูกกล่าวหากมีการกระทำดังกล่าวเบื้องต้น ให้สถานศึกษาคุ้มครองความปลอดภัยและดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มกำลัง และให้ครูผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงด้วยวาจา หรือบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นหนังสือ หากพบว่ามีมูล ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาให้คำแนะนำเพื่อให้ครูปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูอย่างเคร่งครัด และให้รายงานข้อเท็จจริงต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยเร็ว</p> <p> ๔. ให้สถานศึกษาจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน โดยให้นักเรียนเป็นผู้เสนอ ความคิดเห็นโดยอิสระ ทั้งนี้ ให้โรงเรียนดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และรักษาความลับในการ นำเสนอ โดยจัดให้มีตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาฯ นักจิตวิทยาโรงเรียนประจำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือครูแนะแนว เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หากนักเรียนขอความร่วมมือและกำหนด แนวทางการปฏิบัติอย่างสันติและเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน</p> <p> จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด </p>